
ว่ากันด้วยเรื่องของการวางแผนนั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกวัยควรทำเป็นอย่างมากเลยหล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้ชีวิตก็ดีหรือการวางแผนในการทำงานก็เหมาะสมมากๆ ครับ แต่ในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านที่กำลังอยู่ในโลกแห่งการลงทุนไปพบกับการ “วางแผนการเทรดตามเวลา Forex อย่างไร? ให้มีโอกาสทำกำไร” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันดีกว่าครับ
หลักการวางแผนสำหรับการเทรดในช่วงเวลาตลาด Forex
ในการวางแผนการเทรดตามเวลาตลาด Forex ให้มีโอกาสทำกำไรตามเวลา (Time-based Forex Trading) คุณต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือมีสภาพคล่องดี นี่คือแนวทางที่คุณสามารถนำไปใช้ได้:
1. เข้าใจช่วงของเวลาตลาด Forex (Forex Market Sessions):
ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ แต่จะแบ่งเป็นช่วงเวลาหลักๆ ตามศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญทั่วโลก ซึ่งแต่ละช่วงจะมีลักษณะเฉพาะ:
- ตลาด Sydney (06:00 – 14:00 น. ตามเวลาไทย): เป็นตลาดแรกที่เปิด มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับเทรดคู่สกุลเงินที่มี AUD/NZD เป็นหลัก
- ตลาด Tokyo (07:00 – 16:00 น. ตามเวลาไทย): ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีสภาพคล่องสูงสำหรับคู่สกุลเงินของเอเชีย เช่น JPY, AUD, NZD และเป็นช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่นและออสเตรเลียมักจะออกมา
- ตลาด London (15:00 – 23:00 น. ตามเวลาไทย): เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุด มีการเคลื่อนไหวของราคาสูงมาก เหมาะสำหรับการเทรดคู่สกุลเงินหลักทุกคู่ (Majors) และ Crosses
- ตลาด New York (20:00 – 05:00 น. ของวันถัดไป ตามเวลาไทย): มีสภาพคล่องสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อทับซ้อนกับตลาด London (Overlap) และเป็นช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกามักจะออกมา
2. ช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องและความผันผวนสูง (High Liquidity & Volatility):
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดและมีโอกาสทำกำไรมากที่สุดคือช่วงเวลาที่ตลาดทับซ้อนกัน (Overlap) เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมากและปริมาณการซื้อขายสูง ทำให้ราคาเคลื่อนไหวชัดเจนและมีทิศทาง:
- London – New York Overlap (ประมาณ 20:00 – 23:00 น. ตามเวลาไทย): นี่คือช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงสุดและผันผวนมากที่สุดของวัน เหมาะสำหรับเทรดคู่สกุลเงินหลัก (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) และคู่สกุลเงินอื่นๆ ที่มีการซื้อขายกันมาก
3. กำหนดคู่สกุลเงินที่เหมาะสมกับช่วงเวลาตลาด Forex :
- ช่วงตลาดเอเชีย (Sydney & Tokyo): EUR/JPY, USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD
- ช่วงตลาดลอนดอน (London): EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, EUR/GBP, GBP/JPY
- ช่วงตลาดนิวยอร์ก (New York): EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CAD, EUR/JPY, GBP/JPY
- ช่วง London – New York Overlap: ทุกคู่สกุลเงินหลัก
4. วางแผนการเทรดตามกลยุทธ์ (Trading Strategy based on Time):
- การวิเคราะห์ข่าวสาร (News Trading): ข่าวเศรษฐกิจสำคัญมักจะประกาศในช่วงเวลาที่ตลาดเปิด เช่น ข่าว Non-Farm Payrolls (NFP) ของสหรัฐฯ ที่มักออกตอน 20:30 น. (ตามเวลาไทย) ในวันศุกร์แรกของเดือน หากคุณเป็นนักเทรดข่าว คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมในช่วงเวลานั้น
- การเทรดตามรูปแบบราคา (Price Action Trading): ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง กราฟมักจะแสดงรูปแบบราคาที่ชัดเจนขึ้น เช่น Head and Shoulders, Double Top/Bottom, Triangles ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าทำกำไร
- การใช้ Indicator (Indicator-based Trading): การใช้ Moving Averages, RSI, MACD ในช่วงเวลาที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจนจะช่วยให้สัญญาณมีความแม่นยำมากขึ้น
- Scalping (การเทรดสั้นมาก): เหมาะสำหรับช่วงที่มีสภาพคล่องสูงมาก เช่น London – New York Overlap เพราะสามารถเข้า-ออกตลาดได้อย่างรวดเร็ว
5. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management):
ไม่ว่าจะเทรดในช่วงเวลาใด การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด:
- กำหนด Stop Loss และ Take Profit เสมอ: เพื่อจำกัดการขาดทุนและล็อกกำไร
- อย่า Overtrade: ไม่ควรเปิด Position มากเกินไปในแต่ละช่วงเวลา
- คำนวณ Lot Size ให้เหมาะสม: กับขนาดของบัญชีและระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
6. สร้างตารางเวลาการเทรดส่วนตัว (Personal Trading Schedule):
- ระบุเวลาที่คุณสะดวก: คุณอาจไม่สามารถเทรดได้ตลอดทั้งวัน เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตารางชีวิตของคุณมากที่สุด
- ศึกษาข้อมูลย้อนหลัง: ดูว่าคู่สกุลเงินที่คุณสนใจมีการเคลื่อนไหวอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา
- จดบันทึกการเทรด (Trading Journal): บันทึกว่าคุณเทรดเมื่อไหร่ คู่สกุลเงินอะไร เหตุผลในการเข้า-ออก ผลลัพธ์ เพื่อประเมินและปรับปรุงแผนการเทรดของคุณ
ตัวอย่างการวางแผนการเทรดตามเวลา (สมมติคุณว่างช่วงค่ำ):
- เวลาเทรด: 20:00 – 23:00 น. (ช่วง London – New York Overlap)
- คู่สกุลเงิน: EUR/USD, GBP/USD (คู่หลักที่มีสภาพคล่องสูง)
- กลยุทธ์: Price Action + News Trading (หากมีข่าวสำคัญ)
- การวิเคราะห์: ก่อนเข้าเทรด ตรวจสอบข่าวเศรษฐกิจที่กำลังจะออก ตรวจสอบแนวโน้มหลักของตลาดในช่วงเช้า-บ่าย และมองหาสัญญาณเข้าเทรดจากกราฟใน Timeframe ที่คุณเลือก (เช่น M15, H1)
- การบริหารความเสี่ยง: ตั้ง Stop Loss ห่างจากจุดเข้า 20-30 pips และ Take Profit 40-60 pips หรือตามอัตราส่วน Risk:Reward ที่คุณกำหนด (เช่น 1:2)
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “วางแผนการเทรดตามเวลาตลาด Forex อย่างไร? ให้มีโอกาสทำกำไร” ที่เราได้รวบรวมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีนะครับ